บุกจับแก็งค์ขายยาทำแท้งในจังหวัดเชียงใหม่ พบทำกันเป็นครอบครัว

 1 2

           ตำรวจภาค 5 พร้อมสาธารณสุขเชียงใหม่บุกค้นบ้านจับแม่ค้าสาวใหญ่ขายยาทำแท้งออนไลน์ พบยาทำแท้งจัดเป็นชุดรอส่งเพียบ ตำรวจเผยแอบนำยาเข้าจากจีนขายยาผ่านเว็บไซต์เม็ดละ 700 จัดยาตามระยะเวลาตั้งครรภ์ พบหลักฐานเพียบทั้งสมุดบัญชี-คอมพิวเตอร์ ด้านนายแพทย์สาธารณสุขเผยตัวยาอันตราย-บีบมดลูกรุนแรง หากใช้มากมดลูกแตกถึงตายได้
       
            วันนี้ (7 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ นำโดย พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รักษาการรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และนายแพทย์วัฒนา กาญจนกามล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 189/14 หมู่บ้านเลควิวปาร์ค 1 ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังจากสืบทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นสถานที่ดำเนินการจำหน่ายยาทำแท้งผ่านระบบออนไลน์
       
            จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบยาสอด อุปกรณ์สำหรับสอดยาและยาบำรุงโลหิต จัดเป็นชุดรวม 140 ชุด โดยบางส่วนมีการบรรจุหีบห่อเพื่อรอการจัดส่ง รวมยาสอดประมาณ 420 เม็ด จึงควบคุมตัวนางภัทรานิษฐ์ อุณหนันทน์ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 17 ต.สันกลาง อ.พาน จ.เชียงราย ในข้อหา ขาย หรือนำ หรือส่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งยึดสมุดบัญชีเงินฝากหลายรายการ โทรศัพท์มือถือและเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อทำการตรวจสอบขยายผล
       
             นอกจากนี้ ยังได้อายัดรถเก๋งยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู สีดำ หมายเลขทะเบียน กง 69 เชียงใหม่ และรถเก๋งยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู สีขาว หมายเลขทะเบียน กธ 69 เชียงใหม่ เพื่อทำการตรวจสอบ หลังพบว่ามีการแจ้งหมายเลขทะเบียนรถไม่ตรงกับที่จดแจ้ง รวมทั้งพบแผ่นป้ายทะเบียนปลอมภายในบ้านหลังดังกล่าวอีกจำนวนหนึ่งด้วย
       
             การจับกุมผู้จำหน่ายยาทำแท้งผ่านระบบออนไลน์ในครั้งนี้ เป็นผลจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากพบว่ามีการจำหน่ายยาทำแท้งพร้อมอุปกรณ์ผ่านทางเว็บไซต์ www.Clinic-Meechai.com ซึ่งจากการติดตามดูพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่พบว่า ผู้ต้องหาได้ประกาศขายยาทำแท้งผ่านทางเว็บไซต์ดังกล่าว พร้อมทั้งลงหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ เมื่อมีผู้สนใจโทรศัพท์เข้ามาสั่งซื้อยาจะทำการสอบถามผู้ซื้อก่อน ว่าตั้งครรภ์เป็นระยะเวลาเท่าใด จากนั้นจึงจะจัดยาให้ตามระยะเวลาการตั้งครรภ์ โดยยา 1 ชุดจะประกอบด้วย ยาสอด บรรจุตั้งแต่ 3 เม็ดเป็นต้นไป ขึ้นอยู่กับอายุการตั้งครรภ์ อุปกรณ์การสอดและยาบำรุงโลหิต พร้อมทั้งเอกสารอธิบายวิธีการใช้งาน ก่อนจะส่งพัสดุทางไปรษณีย์ให้กับผู้ซื้อพร้อมกับรับโอนเงินเข้าบัญชีที่เปิดไว้
       
             พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รรท.รอง ผบช.ภ.5 กล่าวว่า คดีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามดูพฤติกรรมของผู้ต้องหานานกว่าครึ่งปีแล้ว หลังจากสืบทราบว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาทำแท้ง โดยมีที่ตั้งและผู้ดำเนินการอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งจากการตรวจสอบบัญชีเงินฝากพบว่ามีการเคลื่อนไหวของเงินจำนวนมาก อีกทั้งยังมีพฤติกรรมเปลี่ยนบัญชีใหม่อยู่บ่อยครั้ง
       
            ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบการใช้คอมพิวเตอร์ยังพบว่า มีการเปิดเว็บไซต์และเข้าใช้งานในเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องภายในบ้านหลังดังกล่าว นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบหลักฐานการฝากถอนเงินสดและการส่งสินค้าตามธนาคารและห้างสรรพสินค้า ซึ่งนางภัทรานิษฐ์เดินทางไปกระทำการโดยใช้รถยนต์ที่ถูกอายัดไว้ทำการตรวจสอบอีกด้วย
       
            พล.ต.ต.ชำนาญระบุว่า นางภัทรานิษฐ์ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทำการค้ายาทำแท้งผ่านทางอินเทอร์เน็ตราว 4-5 ปีแล้ว โดยเช่าบ้านหลังดังกล่าวไว้เพื่ออยู่อาศัย สำหรับยาที่นำมาจำหน่ายนั้นบางส่วนสั่งซื้อมาจากประเทศจีน จำหน่ายในราคาเม็ดละ 700 บาท หรืออาจขึ้นไปสูงถึง 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางในการขนส่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนเพื่อขยายผลและหาเส้นทางที่มาในการขนส่งยาดังกล่าวต่อไป
       
            ด้านนายแพทย์วัฒนา กาญจนกามล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่กล่าวถึงตัวยาที่ผู้ต้องหานำมาจำหน่ายว่า เป็นตัวยาที่มีสูตรยาชนิดเดียวกันกับยาชื่อไซโตเทค ในทางการแพทย์ใช้ในการรักษาโรคกระเพาะอาหาร โดยยาชนิดดังกล่าวมีผลข้างเคียงคือทำให้เกิดการบีบรัดตัวของมดลูกด้วยเหตุนี้ยาชนิดดังกล่าว จึงถือเป็นยาอันตรายที่จะสั่งจ่ายได้ตามคำสั่งของแพทย์ และมีใช้ในโรงพยาบาลเท่านั้น อย่างไรก็ตามจากคุณสมบัติของผลข้างเคียงดังกล่าวทำให้ผู้ต้องหานำยาที่มีสูตรเดียวกันมาจำหน่ายเป็นยาทำแท้ง โดยการใช้งานจะนำยาใส่ไว้ในอุปกรณ์สอด ก่อนจะสอดเข้าไปในช่องคลอด รวมทั้งให้ยาบำรุงโลหิตร่วมด้วยเพื่อบรรเทาอาการภายหลังมีการขับเลือด 
       
            นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบพบว่ายาบางส่วนที่นำมาจำหน่ายนั้นนำมาจากประเทศจีน ซึ่งนอกจากจะเป็นการทำผิดกฎหมายแล้ว ยังมีความเสี่ยงว่าอาจเป็นยาที่ไม่ได้มาตรฐาน ขณะเดียวกันการใช้ยาในลักษณะดังกล่าวโดยไม่มีคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจก่อให้เกิดอันตรายอย่างรุนแรง โดยหากได้รับยาปริมาณมากๆ อาจส่งผลให้มดลูกแตกจากการบีบรัดตัวและทำให้ผู้ป่วยตกเลือดจนเสียชีวิตได้

Please follow and like us:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.